3-4 วันที่ผ่านมา อยู่ดีๆ ผมก็เข้า blogspot ไม่ได้ ก็ค่อนข้างแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แล้วก็พบว่าอาจจะมีการปิดกั้นไม่ให้เข้าใช้งาน blogspot จากกระทู้หนึ่งในเว็บ Blognone ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นจริงตามนั้น เพราะลองมาใช้อินเทอร์เน็ตของที่ทำงานก็เข้า blogspot ได้ปกติ
นอกจากนี้ในช่วงเช้าวันนี้ผมก็พบว่าไม่สามารถเปิดเว็บที่ดูเป็นประจำทุกวันได้ หากเป็นเมื่อก่อนผมคงจะสงสัยว่าเน็ตเวิร์คเขาคงมีปัญหากระมัง หรือไม่ก็เซิร์ฟเวอร์เขาคงมีปัญหาแน่ๆ แต่กลายเป็นว่าความคิดแวบแรกในหัวสมองของผมคือ ตัวอักษร 3 ตัว คือ I C และ T
เว็บนี้โดนเข้าให้แล้วหรือยังไง? แต่สืบไปสืบมาก็พบว่าไม่ใช่ ปัญหากลับกลายเป็นเรื่องเครือข่ายของเขาที่มีปัญหา ไม่เกี่ยวกับตัวอักษร 3 ตัวข้างต้นเลย
แต่อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหากเปิดเว็บไหนไม่ได้ ผมเชื่อว่าตัวอักษร 3 ตัวนี้คงโผล่เข้ามาในหัวผมอีกอย่างแน่นอนครับ และอาจจะเหมือนกับโฆษณารณรงค์เกี่ยวกับน้ำมันแกสโซฮอลที่กำลังออกอากาศในปัจจุบัน ที่น้ำมันแกสโซฮอลกลายเป็นแพะรับบาปในทุกเรื่อง
ดังนั้นต่อจากนี้ไป เวลาเข้าเว็บอะไรไม่ได้ก็โทษตัวอักษร 3 ตัวนี้ก็แล้วกันครับ อย่างน้อยมีแพะรับบาปแล้วจะได้สบายใจขึ้นบ้าง
Sender Policy Framework (SPF) เป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้ตรวจสอบว่าอีเมลที่เราได้รับนั้น เป็นอีเมลที่มาจากโดเมนของผู้ส่งจริงหรือไม่ โดยที่ผู้ที่เป็นเจ้าของโดเมนจะต้องทำการเพิ่ม SPF record ให้กับโดเมนของตนเอง ด้วยการระบุลงไปว่าอีเมลที่มาจากโดเมนนั้นๆ จะถูกส่งออกมาจากเซิร์ฟเวอร์เครื่องใด หมายเลข IP Address อะไรบ้าง
วิธีการนี้จะช่วยให้สามารถกลั่นกรองบรรดาสแปมเมลทั้งหลายได้ดียิ่งขึ้น เพราะสแปมเมอร์ทั้งหลายมักจะปลอมตัวแอบใช้โดเมนของคนอื่นในการส่งสแปมเมล ดังนั้นเมื่อตรวจสอบได้ว่าเป็นการปลอมแปลงโดเมน การคัดแยกอีเมลให้ไปอยู่ในกลุ่มของสแปมเมลก็ทำได้มีประสิทธิภาพขึ้น
ผู้ให้บริการเว็บเมลเช่น Gmail ก็ได้นำวีธีการตรวจสอบ SPF ไปใช้นานแล้ว หากคุณมี Gmail สามารถเปิดดูรายละเอียดของการตรวจสอบ SPF ได้ ด้วยการคลิกที่ปุ่ม drop down เมนูรูปสามเหลี่ยม ข้างๆ คำว่า Reply และเลือกที่ Show original
หลังจากนั้นจะมีหน้าต่างใหม่ซึ่งแสดงรายละเอียด header ของอีเมลฉบับนั้นว่ามีการเดินทางเมื่อไหร่อย่างไร ส่งที่เราต้องมองหาก็คือ บรรทัดที่ขึ้นต้นด้วย “Received-SPF:“
ดังเช่นตัวอย่างนี้ แสดงให้เห็นว่าเซิร์ฟเวอร์ IP address หมายเลข 203.xxx.xxx.xxx ซึ่งส่งอีเมล ภายใต้โดเมน domain.org นั้น ไม่ผ่านการตรวจสอบ [...]
อ่านบล็อกของคุณ Rachanont เรื่อง “How to have yourname.com blog“ แล้วก็ทำให้นึกถึงการทำเว็บว่าจริงๆ แล้วมีองค์ประกอบอะไรบ้าง จากมุมมองของผมนั้น คิดว่าน่าแยกออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ
ชื่อโดเมน (Domain name) พื้นที่เก็บข้อมูลของเว็บ (Web hosting) ข้อมูลของเว็บ (Web content)
ในแต่ละส่วนก็มีความสำคัญในตัวเอง เช่นหากพูดถึงชื่อโดเมนแล้วก็จะพบว่ามีบทความมากมายที่เขียนแนะนำว่าลักษณะของชื่อโดเมนที่ดีควรเป็นอย่างไร เช่น ไม่ควรจะยาวเกินไป ไม่ทำให้สับสน จำง่าย เป็นต้น ชื่อโดเมนที่สื่อถึงเนื้อหาของเว็บเองก็จะมีข้อได้เปรียบมากมาย ไม่เช่นนั้นคงไม่มีการประมูลขายชื่อโดเมนราคาเป็นล้านๆ แม้กระทั่งข้อพิพาทการแย่งชิงสิทธิ์ในการครอบครอง หรือการขู่กรรโชคทรัพย์โดยใช้ชื่อโดเมนก็มีเกิดขึ้นมาแล้ว ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทย
พื้นที่เก็บข้อมูลของเว็บนั้นก็คือ พื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ของเซิร์ฟเวอร์ (มักจะเรียกเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการชนิดนี้ว่า เว็บเซิร์ฟเวอร์) หรือเครื่องคอมพิวเตอร์บนเครือข่าย ซึ่งเราจะนำเอาข้อมูลของเว็บเราเข้าไปเก็บไว้ เพื่อให้ใครต่อใครมาเปิดอ่านนั่นเอง
ดังนั้นขนาดของพื้นที่และข้อมูลของเว็บก็จะต้องสัมพันธ์กัน ผู้ทำเว็บก็จะต้องรู้ว่าปริมาณข้อมูลเว็บของตัวเองมีขนาดเท่าใด แล้วก็จึงพิจารณาเลือกขนาดของพื้นที่ที่เหมาะสม โดยอาจจะต้องประมาณพื้นที่เผื่อไว้ในอนาคตด้วย ทั้งนี้จะต้องทำการประมาณให้พอเหมาะพอดี เพราะการเลือกขนาดของพื้นที่ที่มากเกินไปก็จะทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่นั่นเอง
ผู้ให้บริการเช่าพื้นที่เว็บนั้นมีมากมายจนเลือกไม่ถูกทั้งที่อยู่ในและนอกประเทศ ข้อดีที่สุดของผู้ให้บริการที่อยู่ประเทศก็คือ ความเร็วของการเรียกดูเว็บจากคนที่อยู่ภายในประเทศจะเร็วมาก เหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่มีกลุ่มลูกค้าอยู่ในประเทศเป็นหลัก
แต่ขอร้องว่า กรุณาอย่าเข้าใจว่าเลือกใช้บริการในประเทศกับผู้ให้บริการที่เป็นคนไทย พูดภาษาไทยด้วยกันแล้ว [...]
ผมทดลองทำ script ให้แสดงสุขภาพของเซิร์ฟเวอร์แบบคร่าวๆ โดยจัดระดับไว้ดังนี้
เจ๋ง!
สบายๆ
OK เลย
หือออ…
โอ้ววว
งานเยอะจัง
อูยยย
แง๊ๆๆ
ตอนนี้ลองเอา script มาแปะไว้ด้านบนสุด ถ้าใช้งานได้จะได้เอาไปใช้จริงเลย
หลังจากที่พยายามแก้ปัญหาการส่งอีเมลไปยัง xxx@hotmail.com มานานนับเดือน ล่าสุดที่ผมได้เพิ่ม SPF record และทำการทดสอบก็ยังส่งอีเมลไม่ได้นั้น ในที่สุดวันนี้ผมก็แก้ปัญหาได้แล้ว ด้วยการทดสอบเปลี่ยน IP Address ของเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งกว่าจะมาถึงขั้นนี้ได้นั้น ก็ต้องยื่นคำขาดกับบริษัทที่ผมใช้บริการอยู่ เพราะหากเขาไม่ยอมประสานงานกับทาง ISP แล้ว ยังไงก็คงไม่สามารถแก้ปัญหาได้
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้ติดต่อให้ทางบริษัท ให้ช่วยประสานงานกับ ISP เพื่อทำ IP reverse mapping ให้ แต่ก็ผ่านมาหลายสัปดาห์แล้วยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ
หากประเมินการให้บริการต่างๆ ของบริษัทนี้ผมถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างแย่ เพราะแม้กระทั่งระบบจัดเก็บค่าบริการ colocation ที่ผมทวงบอกให้ส่งใบแจ้งหนี้มาให้สักทีนั้นก็ลำบากยากเย็น และเมื่อได้รับใบแจ้งหนี้ก็เป็นใบแจ้งหนี้ที่มีข้อผิดพลาด เพราะคำนวณค่าบริการเกินไป 1 เดือน
ผมไม่ทราบว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทลูกของอีกบริษัทหนึ่งที่มีชื่อเสียงว่ายอดแย่ และเมื่อทราบก็ค่อนข้างตกใจ อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมาก็ไม่มีปัญหาอะไร นอกจากส่งอีเมลเข้า hotmail.com ไม่ได้นี่แหละครับ ซึ่งหากในอนาคตเขายังบริการผมไม่ดี ก็อาจจำเป็นที่จะต้องพิจารณาหาที่อยู่ใหม่
ถึงวันนี้จะส่งอีเมลเข้า hotmail.com ได้แล้วนั้น ผมก็ยังไม่แน่ใจนักว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เพราะวันข้างหน้าอาจจะโดนแบนเข้าให้อีกก็เป็นได้ ซึ่งจากบริการที่ได้รับเช่นนี้ผมคงต้องมานั่งปวดหัวอีกครั้งก็เป็นได้
Tags
.htaccess Apache blogspot CentOS codeigniter CSS domain name driver Drupal Flickr Hotmail HTML internet law linux mailing list mailman MICT mod_rewrite monitor MSL MySQL name server Network open source PHP Postfix Security Smarty sony Spammail SPF theme TLS traffic log Universiade UTF-8 UTF8 vbulletin Wordpress การเมือง จตุคาม รูปภาพ สถิติ เรารักในหลวง
