กีฬามหาวิทยาลัยโลกฤดูร้อน ครั้งที่ 24 หรือ Universiade 24th กำลังจะเริ่มขึ้นอีกไม่กี่วันข้างหน้า มีใครทราบบ้างครับ?
มหาวิทยาลัยประมาณ 150 แห่งทั่วโลก ส่งนักกีฬามาเข้าร่วมการแข่งขันประมาณหนึ่งหมื่นคน ซึ่งทั้งหมดจะพักอยู่ที่หอพักเอเชียนเกมส์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
กีฬาที่แข่งขันมีทั้งหมด 15 ประเภท ใช้สถานที่ในการแข่งขัน 14 แห่ง (ทั้งในกรุงเทพและปริมณฑล) ใช้สนามแข่งขันทั้งหมด 36 สนาม
เนื่องจากนักกีฬาทั้งหมดต้องพักที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ทำให้มีการเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยมาก ในช่วงวันที่ 1 – 20 ส.ค. นี้การเข้าออกและจอดรถ จะต้องมีบัตรผ่าน ผู้ที่ไม่มีบัตรจะต้องจอดรถไว้บริเวณที่จอดไว้ให้ และใช้บริการขนส่งภายในที่ได้จัดบริการไว้ และเส้นทางเดินรถก็ปรับเปลี่ยนบางเส้นให้เป็นวันเวย์ และกำหนดให้มีการเข้าและออกได้ตามประตูที่กำหนด
บริเวณที่พักนักศึกษานั้นเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยมาก มหาวิทยาลัยได้ทำรั้วขึ้นมาปิดทางเข้าออกส่วนของหอพักทั้งหมด กำหนดให้มีเส้นทางเข้าออกได้เฉพาะที่กำหนด รถที่ไม่ได้รับอนุญาตจะเข้าออกไม่ได้เลย
ความปลอดภัยที่เข้มงวดแบบนี้ก็ส่งผลกับความสะดวกของบุคลากรของมหาวิทยาลัยที่อาศัยอยู่บริเวณเดียวกัน เพราะขับรถเข้าออกไม่ได้ และต้องใช้บริการรถขนส่งที่ต้องวิ่งออกจากมหาวิทยาลัย อ้อมมาเข้าประตูอีกด้านหนึ่ง ซึ่งสร้างความสับสน งงงวยแก่บุคลากรข้างในมากพอควร
บุคลากรส่วนหนึ่งก็เป็นอาสาสมัครช่วยการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยครั้งนี้ด้วย ผมเองก็เป็นอาสาสมัครได้รับตำแหน่งเป็น IT Manager ดูแลสนามกีฬาหลัก (Main [...]
ยังไม่ทันไรก็มีข่าวจากประชาไทแจ้งว่า เว็บบอร์ดและบล็อกนั้นไม่จำเป็นต้องจัดเก็บหมายเลขประจำตัวประชาชนของผู้ใช้บริการแล้ว ก็เป็นอันว่าความพยายามที่จะฝืนธรรมชาติอย่างหนึ่งของอินเทอร์เน็ตก็หมดสิ้นลง พร้อมๆ กับการดำรงอยู่ต่อไปของ บุคคลนิรนาม ตามเว็บบอร์ดและสถานที่ต่างๆ
นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ อาจารย์พิเศษคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณี “ประกาศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เรื่อง หลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ พ.ศ. 2550” ที่จะออกมาเป็นกฎหมายเสริมพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 อันจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 18 ก.ค. ที่จะถึงนี้ว่า
กรณีที่ก่อนหน้านี้ ในร่างของประกาศฯ (ฉบับปรับปรุงเมื่อวันที่ 4 ก. ค.) เขียนไว้ว่า กรณีเว็บบอร์ดและเว็บบล็อกนั้น ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลทั้ง ชื่อ สกุล รหัสประจำตัวประชาชนของผู้ใช้บริการ และ/หรือ เลขบัญชีธนาคาร และ/หรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการชำระเงิน เช่น เลขบัญชีธนาคาร เลขบัตรเครดิต
ล่าสุด เนื้อหาดังกล่าวมีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาแล้ว โดยยกเลิกการเก็บข้อมูลเลขบัตรประจำตัวประชาชน คงเหลือเพียงหมายเลขไอพีแอดเดรส และวันเวลาที่ผู้ใช้บริการเข้าถึงเท่านั้น ในกรณีเว็บไซต์ทางการค้านั้น อาจจะยังคงให้กรอกหมายเลขบัตรเครดิต
สมมตินะครับ สมมติว่าแท้จริงแล้ว เรื่องนี้เกิดจากเจ้าหน้าที่บางคน/บางกลุ่มได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างประกาศการเก็บข้อมูลนี้ให้เป็นไปอย่างที่ตนต้องการ โดยไม่สนใจเสียงทัดทานจากคณะกรรมการที่เป็นผู้พิจารณาร่างประกาศฉบับนี้ [...]
ความเห็นส่วนหนึ่งจากข่าว “ไอเอสพีบี้กลับไอซีที เร่งสร้างความเข้าใจ ก่อนบังคับ 18 ก.ค.นี้“
http://www.thannews.th.com/detialnews.php?id=T0122325&issue=2232
นางมรกต กุลธรรมโยธิน นายกสมาคมผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตไทยหรือไอเอสพี.
การจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวนั้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนการให้บริการแน่นอน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้คำนวณต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ถ้ามองในมุมกลับเชื่อว่าพ.ร.บ.ดังกล่าวจะช่วยให้โลกอินเตอร์เน็ต ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไปและช่วยดึงดูดให้คนเข้ามาใช้อินเตอร์เน็ตมากขึ้น
กฎหมายดังกล่าวเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้มากพอสมควร ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่รู้วิธีการจัดเก็บข้อมูล โดยกระทรวงไอซีทีจะต้องเร่งสร้างความเข้าใจและสร้างความตื่นตัว
นางภูมิจิต ศิระวงศ์ประเสริฐ อุปนายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย
เรื่องที่จะให้ผู้บริการเว็บจัดเก็บข้อมูลให้รู้ถึงผู้ใช้บริการ ซึ่งหมายถึงการเก็บข้อมูลบัตรประชาชน โดยได้พยายามเจรจาต่อรองกับกระทรวงไอซีทีให้จัดเก็บเฉพาะหมายเลขไอพีที่เข้ามาได้หรือไม่ เนื่องจากการเก็บข้อมูลบัตรประชาชน นั้นถือเป็นเรื่องผิดธรรมชาติของเว็บไซต์ที่ต้องการให้คนเข้ามาใช้บริการมากๆ
สมาคมได้มีส่วนเข้าไปแสดงความเห็นเกี่ยวกับการร่างประกาศกระทรวง เรื่องหลักเกณฑ์การจัดเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ และได้พยายามเจรจาให้ผ่อนปรนเกณฑ์บางข้อที่เกี่ยวข้อง อาทิ กำหนดผู้ให้บริการจัดเก็บเนื้อหา หรือคอนเท้นต์ อีเมล์ เป็น 90 วัน ซึ่งมองว่าควรเก็บข้อมูลเฉพาะเส้นทางเข้าออกของอีเมล์ก็เพียงพอแล้ว
“แนวทางที่เสนอไปยังกระทรวงไอซีทีคือให้จัดเก็บข้อมูลเฉพาะที่จำเป็น และการแบ่งกลุ่มผู้ใช้บริการว่าแต่ละกลุ่มควรเก็บข้อมูลถึงระดับไหน เพราะหากให้ผู้ให้บริการเว็บไซต์จัดเก็บข้อมูลบัตรประชาชน คงเป็นเรื่องกระทำได้ลำบากมาก “
ส่วนนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทตลาดดอตคอม จำกัด ผู้ให้บริการเว็บไซต์ซื้อขายสินค้า www.tarad.com และซื้อขายสินค้ามือสอง www.thaisecondhand.com
ในฐานะที่บริษัทเป็นผู้ให้บริการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ [...]
การแสดงความคิดเห็น พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดกันในอินเทอร์เน็ต จำเป็นไหมที่เราจะต้องรู้จักกับคนที่เรากำลังคุยด้วยในระดับที่ต้องให้หมายเลขบัตรประชาชน โดยจะต้องลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกในเว็บบอร์ดหรือในบล็อกก่อนทุกครั้ง (ซึ่งต้องยืนยันตัวบุคคลได้ด้วย) แล้วจึงค่อยลงมือคุยกัน
เราคุยกันโดยไม่จำเป็นต้องรู้จักกันลึกซึ้งขนาดต้องแลกบัตรประชาชนกันไม่ได้หรือ? ผมไม่ได้อยากรู้จักคนที่คุยด้วยขนาดนั้น ก็แค่คุยกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน คุยกันรู้เรื่องก็คุยกันไป คุยไม่รู้เรื่องก็ต่างคนต่างไป
แล้วหากได้หมายเลขบัตรฯ มาก็จะต้องทำการตรวจสอบก่อนงั้นหรือ พอแน่ใจว่าข้อมูลถูกต้องแล้วจึงค่อยคุยกัน หรือเราคุยกันไปก่อน พอตรวจสอบบัตรประชาชนแล้ว ถ้าพบว่าไม่ถูกต้องก็เลิกคุยกันซะ หึๆ
เอ… แล้วถ้าข้อมูลในบัตรถูกต้อง แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าคนที่ให้ข้อมูลบัตรนั้นมาน่ะ เขาเป็นเจ้าตัวจริงๆ
ถ้าสมมติว่าข้อมูลที่คุณให้มาถูกต้อง ผ่านกระบวนการตรวจสอบและคุณยืนยันตัวเองได้ ดังนั้นก็หมายความว่าผมก็รู้ชื่อ-นามสกุล กับรหัสบัตรฯ ของคุณ ผมก็เอาไปใช้ต่อได้ละสิเนี่ย หวานหมูเลย
ดังนั้น ผมก็คือคุณ และ คุณก็คือผม เราคือกันและกัน (ดูโป๊ไปไหมครับ )
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐ (PDF file)ได้ผ่านการลงพระปรมาภิไธย และประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และจะมีผลบังคับใช้วันที่ 18 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ และเพื่อให้ พรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดฯ นี้สมบูรณ์กระทรวงไอทีซีก็กำลัง*ร่าง*ประกาศหลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งถือเป็นกฎหมายเสริมที่ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าจะต้องเก็บข้อมูลอะไร อย่างไรบ้าง สำหรับร่างประกาศหลักเกณฑ์นี้อ่านได้ที่นี่ครับ
แล้วทั้ง พรบ. และ ประกาศหลักเกณฑ์นี้เกี่ยวข้องกับเราๆ ท่านๆ แค่ไหนกัน? ลองอ่านได้จากที่เว็บประชาไทในข่าว “รายงาน จับตา ไอซีที : ออก กม.ลูก บังคับเก็บประวัติคนเล่นเน็ต เลข 13 หลัก เลขบัญชี เลขบัตรเครดิต“
…แม้การผลักดันพ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเป็นกฎหมายฉบับแรกที่ถูกดันเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ แต่การออกประกาศ/กฎกระทรวงที่ต้องนำมาใช้เคียงคู่กัน กลับเป็นความเคลื่อนไหวอันเงียบกริบ ไม่มีการประชาพิจารณ์ หรือแม้วงเสวนาที่ให้สาธารณะชนเข้าถึง ทั้งที่รายละเอียดที่ถูกกล่าวถึงในประกาศ/กฎกระทรวง คือสิ่งที่จะกระทบต่อประชาชนโดยตรง และที่สำคัญและน่าวิตกคือ ประกาศ/กฎกระทรวงเหล่านี้ ต้องคลอดออกมาให้ทันวันที่ 18 ก.ค. 50 ซึ่งเป็นวันที่ พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มีผลบังคับใช้…
…
Tags
.htaccess Apache blogspot CentOS codeigniter CSS domain name driver Drupal Flickr Hotmail HTML internet law linux mailing list mailman MICT mod_rewrite monitor MSL MySQL name server Network open source PHP Postfix Security Smarty sony Spammail SPF theme TLS traffic log Universiade UTF-8 UTF8 vbulletin Wordpress การเมือง จตุคาม รูปภาพ สถิติ เรารักในหลวง
