Creating Web Services With PHP

วันนี้ค้นหาวิธีการสร้าง Web Services โดย PHP ขอ bookmark รวมลิ้งค์ไว้ตรงนี้ก่อน

http://webservices.xml.com/pub/a/ws/2004/03/24/phpws.html?page=1
http://talks.php.net/index.php/Web+Services
XML and PHP. Part 1: Using The WDDX Functions
PHP and Web Distributed Data eXchange (WDDX)
http://talks.php.net/show/oscon-webservices/1
Transforming XML with PHP
PHP to XML:

http://www.ibiblio.org/xml/slides/sd2000west/xmlandjava/208.html
Hands On: Inside the Tricky PHP-to-XML Project
WDDX:
Web Distributed Data Exchange, or WDDX, is a free, open XML-based technology that allows Web applications created with any platform to easily exchange data with one another over the Web

Basic specs to know
• XML: http://www.w3.org/XML
• XML Namespaces: http://www.w3.org/TR/REC-xml-names
• XML Schemas: http://www.w3.org/XML/Schema
• WDDX: http://www.openwddx.org/
• REST: http://internet.conveyor.com/RESTwiki/moin.cgi/FrontPage
• XML-RPC: http://www.xmlrpc.com/
• SOAP: http://www.w3.org/TR/soap
• WSDL: http://www.w3.org/TR/wsdl
• Web Services Activity: http://www.w3.org/2002/ws/
Transfer XML with PHP: http://www.xml.com/pub/a/2003/06/18/php-xml.html

อินเทอร์เน็ตกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยคลื่นยักษ์ซึนามิ

เครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากคลื่นยักษ์ซึนามิ ตั้งแต่การเป็นสื่อในการนำเสนอข่าวภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ดังเช่น เว็บเพจที่นำเสนอข่าวของผู้จัดการออนไลน์ที่มีผู้เข้าไปอ่านข่าวเป็นจำนวนมากถึง 1.7 หมื่นยูนิกไอพีต่อชั่วโมง จากปกติมีผู้เข้าเยี่ยมชม 7,000 ยูนิกไอพีต่อชั่วโมง และเพจวิวเพิ่มจาก 5-6 หมื่นต่อชั่วโมง เป็นประมาณ 2 แสนเพจวิวต่อชั่วโมง ในวันที่ 27 ธันวาคม 2547 การที่มีผู้เข้าไปอ่านข่าวเป็นจำนวนมากขนาดนี้ทำให้ต้องเพิ่มจำนวนเซิร์ฟเวอร์อีก 5 เครื่องเพื่อให้รองรับจำนวนผู้เยี่ยมชมจำนวนมากได้ ซึ่งผมเองจำได้ว่าในช่วงวันแรกๆ เว็บเพจของผู้จัดการออนไลน์ก็เกิดอาการ “Server Busy” ขึ้นหลายครั้งเหมือนกัน
และผู้จัดการออนไลน์ได้จัดทำเว็บสำหรับแจ้งผู้สูญหายไว้ด้วย (http://www.manager.co.th/Home/PostPic.aspx)และเว็บสำหรับแจ้งรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บด้วย

นอกจากนี้เว็บของอสมท.(http://www.mcot.net) ก็ได้เป็นสื่อในการนำเสนอข่าวต่างๆ เกี่ยวกับภัยพิบัติครั้งนี้เช่นกัน ซึ่งได้มีการนำ clip ข่าวต่างๆ ขึ้นในเว็บให้ผู้ชมไปโหลดมาดูด้วย และได้มีการจัดทำเว็บบอร์ดสำหรับแจ้งผู้สูญหายด้วยเช่นกัน ในขณะที่บางเว็บได้มีการนำรูปผู้เสียชีวิตให้ญาติได้ตรวจสอบด้วย (ผมเข้าไปดูมาแล้ว พบว่าภาพไม่เหมาะสมกับคนที่ขวัญอ่อนเท่าไหร่นัก)

จากการสำรวจเว็บสื่อต่างๆ พบว่า แต่ละสื่อแต่ละหน่วยงานได้พยายามเป็นสื่อกลางในการรับแจ้งผู้สูญหาย ซึ่งเมื่อมีที่รับแจ้งผู้สูญหายหลายแห่ง ผู้ที่ตามหาญาติพี่น้องของตนเองก็ต้องไปตามแจ้งในเว็บต่างๆ แน่นอนว่าจะต้องทำให้เกิดความสับสนว่าญาติได้พบผู้สูญหายรายใดไปแล้วบ้าง ในที่สุดรัฐซึ่งควรเป็นสื่อกลางในการจัดทำเว็บดังกล่าวก็ได้ลงมือจัดทำเว็บทางการที่เป็นระบบรับแจ้งข้อมูลผู้สูญหายขึ้นที่ http://www.missingpersons.or.th/ หรือ http://คนหาย.th/ แต่เนื่องจากการจัดทำค่อนข้างล่าช้าและมาทีหลังหน่วยงานอื่นๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องมานั่งคัดลอกข้อมูลจากหน่วยงานอื่นๆ ลงในฐานข้อมูลอีกครั้ง และเว็บที่เป็นเว็บทางการของภัยพิบัติครั้งนี้ก็เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง คือ http://www.thaitsunami.com
และเว็บที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตของกองพิสูจน์หลักฐาน กรมตำรวจก็จะเกิดขึ้นพรุ่งนี้คือ http://www.science.police.go.th/

เขียนไปเขียนมาก็ถึงปีใหม่ซะแล้วครับ เป็นการเขียนข้ามปีของผมเลย งั้นก็ขอสวัสดีปีใหม่ทุกท่านก่อนนะครับ ขอให้มีความสุขกันมากๆ ในปีใหม่นี้นะครับ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานพรปีใหม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานพรปีใหม่แก่พสกนิกรชาวไทย เนื่องในวารดิถีขึ้นปีใหม่ ประจำปี 2548 ความว่า “ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ถึงวาระขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดี มาอวยพรให้ท่านทั้งหลายทั่วกัน และขอขอบใจท่านเป็นอย่างยิ่ง ที่มีไมตรีจิต สนับสนุนข้าพเจ้าในภารกิจทั้งปวง ด้วยดีเสมอมา ตลอดปีที่แล้วมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นหลายอย่าง ดีดีก็คือ การที่นักกีฬาของเราไปรับเหรียญรางวัลหลายประเภท ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และที่ไม่ดีก็มีอยู่มาก เราต้องประสบเหตุไม่ปกติต่างๆ จนทำให้เกิดความวิตก ห่วงใยกันอยู่ทั่วไป ใกล้ถึงสิ้นปีก็เกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ ทำให้สูญเสียชีวิต และทรัพย์สินอย่างร้ายแรง เราคงต้องช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ และฟื้นฟูสถานะของบ้านเมืองเป็นการใหญ่ รวมทั้งหาทางป้องกัน เตือนภัยให้มีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม เหตุต่างๆ นั้น ได้ทำให้เห็นแจ้งถึงน้ำใจของพวกเราอย่างเด่นชัดว่า ทุกคนในผืนแผ่นดินไทย ทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน มีความสามัคคีกัน ต่างห่วงใยกันด้วยใจจริง ได้แสดงเจตนารมณ์ ที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติสุข และเมื่อเกิดภัยพิบัติ คนไทยไม่ทิ้งกัน ต่างพร้อมเพรียงกันเข้าปฏิบัติช่วยเหลือทันทีด้วยความเสียสละ และจริงใจ ไม่เลือกว่า เป็นชาวไทย หรือต่างประเทศ ข้าพเจ้าอยากกล่าวย้ำแก่ท่านทั้งหลาย เหมือนที่เคยกล่าวมาเมื่อหลายปีก่อนว่า วิถีชีวิตของคนเรานั้น จะให้มีแต่ความปกติสุขอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีทุกข์ มีภัย ผ่านเข้ามาด้วยเสมอ ยากจะหลีกเลี่ยงพ้น ในปีใหม่นี้ข้าพเจ้าจึงขอให้ทุกคนรักษาความสามัคคีและจิตใจอันดีนี้ไว้เป็นนิจ เพราะสิ่งนี้คือคุณลักษณะพิเศษที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองของเราอยู่รอดปลอดภัย และช่วยให้เราทุกคนอยู่ร่วมกันด้วยความร่มเย็นเป็นสุขมาช้านาน ตราบใดที่เราทั้งหลายรักษาคุณลักษณะนี้ไว้ได้ ก็มั่นใจได้ว่าชาติบ้านเมืองของเราจะดำรงมั่นคงอยู่ตราบนั้น

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยเคารพบูชา จงอภิบาลรักษาท่านทุกคนให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย ให้มีความสุขกาย สุขใจและประสบแต่สิ่งที่พึงประสงค์ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน”

ในปีนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงงดปรุงส.ค.ส. ครับ

Tsunami in Thailand

ขณะที่ผมกำลังเขียนอยู่นี้ CNN รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตทั่วโลกแล้ว 80,000 กว่าคน กว่าครึ่งของผู้เสียชีวิตอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย ส่วนในประเทศไทยตอนนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1,800 กว่าคน สูญหายเกือบ 5,000 คน

ส่วนยอดบริจาคเงินของช่อง ITV ตอนนี้ 100 ล้านบาทแล้ว น่าดีใจจริงๆ ครับ ขณะเดียวกันอาสาสมัครประมาณ 200 คน ที่จังหวัดไหนไม่ทราบจำไม่ได้แล้ว ได้ขอถอนตัวออกจากพื้นที่เนื่องจากประสบปัญหาเรื่องการประสานงานกับทางจังหวัด ทางจังหวัดเองก็เพิ่งจะส่งรองผู้ว่าลงไปกำกับการ

เกาะพีพีเองก็มีปัญหาเรื่องการประสานงานเองเช่นกัน จนกระทั่งรัฐมนตรีต้องลงไปอำนวยการด้วยตนเอง

ปัญหาเรื่องการจัดการ การประสานงานยังคงเป็นปัญหาที่ค่อนข้างสำคัญ “บางครอบครัวหน้าสงสารมาก ตายพร้อมกันห้าคน แล้วก็มีหน่วยงานอาสามาช่วยกันเก็บศพ ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็พาศพที่ตัวเองขนไปไว้ที่คนละวัด ครอบครัวเดียวกันแต่แยกกันไปคนละวัด แบบนี้มันก็ไม่ถูกต้อง เป็นปัญหาเรื่องระบบ” หมอพรทิพย์กล่าวในรายการถึงลูกถึงคน

เรื่องตลกๆ และไม่ตลกที่คุณหญิงหมอพรทิพย์เล่าก็คือ
– อยากกินน้ำเย็นๆ สักแก้วก็ได้น้ำถังใหญ่ๆ มาถังหนึ่ง ไม่รู้จะกินยังไงค่ะ
– มีคนส่งมาม่ามาให้แต่ก็ไม่รู้จะหาน้ำร้อนที่ไหนเอามาต้มกินขณะที่ยืนอยู่ตรงหน้าศพ
– ขาดฟอมาลีน แต่พอได้มาก็ไม่มีคนพอที่จะฉีดให้ศพ
– ถุงพลาสติกวันนี้ยังมาไม่ถึงเลย ถุงผ้าไม่เอาแล้ว เพราะน้ำเหลืองเยิ้มเปรอะไปหมดแล้ว
– ตู้คอนเทนเนอร์สำหรับเก็บศพ ตอนนี้มาแค่ 2 ตู้เอง
– dry ice เพิ่งมา แต่ศพก็เน่าไปเสียแล้ว น่าเสียดาย
– ตอนนี้เป็นทั้งหมอ ทั้งแม่คอยปลอบให้กำลังลูกน้อง ทั้งจราจรคอยโบกรถขนศพ
– ใครอยากมาช่วยลงมาเลยนะ แต่ที่พักนี่หาเองนะ เพราะหมอเองก็นอนไม่เป็นที่เป็นทางมาหลายวันแล้วเนี่ย
– หมอต้องเอาโน้ตบุคส่วนตัวมาใช้ เพราะไม่มีคนให้การสนับสนุน ไม่ได้บ่นหรือว่าอะไรนะ แต่ว่าอยากให้รู้ว่าขาดการสนับสนุนจริงๆ ค่ะ
– มาวันแรกทำทั้งคืน คืนที่สองถึงตีสาม คืนนี้แค่ห้าทุ่มก็หมดแรงกันหมดแล้วค่ะ
– ทีมช่วยเหลือจากต่างประเทศมีเครื่องมือที่ดี ทำงานเป็นระบบมาก อยากให้ของเราเป็นแบบนี้ค่ะ
อะไรหลายๆ อย่างที่คุณหญิงหมอพรทิพย์ หมอบอกว่าเข้าใจ ไม่ได้บ่นหรือต่อว่าใคร เพราะทุกคนก็เครียดและเหนื่อยกับการทำงานเหมือนกัน

บางทีคุณหญิงหมอพรทิพย์ก็ต้องไปช่วยญาติเปิดหน้าดูศพว่าใช่ญาติของตัวเองหรือเปล่า พอเขาเจอญาติ เขาก็ดีใจ หมอก็ดีใจกับเขาด้วย กลิ่นเหม็นๆ ที่ดมอยู่หายหมดเลย

คุณหญิงหมอพรทิพย์บอกว่ามีปัญหาเรื่องการสื่อสารมาก โดยเฉพาะ AIS เนี่ย ทำไมมีปัญหา แต่ไหง DTAC และระบบอื่นๆ ใช้ได้หมด หมอก็ไม่ได้ซื้อมือถือของ DTAC ไว้ซะด้วย (ฮา.. คุณหญิงพูดออกทีวีเลยนะเนี่ย)

ล่าสุด DTAC ติดต่อหมอพรทิพย์มาแล้ว บอกว่าเดี๋ยวจะเอาโทรศัพท์มาให้ที่ห้อง งานนี้ AIS เสียหน้าจริงๆ เพราะในขณะที่สัมภาษณ์ออกรายการ โทรศัพท์ก็หลุดเป็นระยะๆ ให้เห็นเลยว่า มีปัญหาจริงๆ

ตอนนี้เวลา 00.05 วันที่ 30 ธันวาคม 47 ช่อง ITV กำลังถ่ายทอดสดการช่วยชีวิตใครคนหนึ่งที่อาจรอดชีวิตอยู่ใต้ซากอาคารแบมบูออคิดรีซอร์ท เขาหลัก จ.พังงา เป็นเวลา 4 วัน4 คืนแล้ว โดยขาดน้ำและอาหาร มีสุนัขเยอรมันช่วยดมกลิ่นหาผู้รอดชีวิต ขณะนี้ทีมช่วยเหลือกำลังตัดเหล็กและขนซากปรักหักพังออกอยู่ และพยายามทำให้เป็นช่องเพื่อให้เจ้าหน้าที่ลอดเข้าไปข้างในได้ ที่รู้ว่ามีผู้รอดชีวิตเพราะว่ามีเสียงโต้ตอบ และมีเสียงเคาะกำแพงทำให้ทีมค้นหารู้ว่ามีคนติดอยู่ข้างใน

ผมคงจะต้องไปนอนก่อน หวังว่าผู้จะสามารถช่วยผู้รอดชีวิตคนนี้ได้ครับ!

ฝากเว็บที่น่าสนใจของ อ.ทวีศักดิ์ไว้ที่นี่ครับ
http://www.nectec.or.th/users/htk/20041226-quake/index.html

Apache + PHP + Raid fail

เมื่อวานผมจะ upgrade PHP เป็น 4.3.10 แต่สังเกตเห็นว่า Apache ก็น่าจะ upgrade เป็นเวอร์ชันใหม่ด้วย ก็เลยทำมันซะทีเดียวพร้อมๆ กัน 3 เครื่อง หลังจาก upgrade เสร็จ ก็ตรวจดูความเรียบร้อยต่างๆ ผมคิดว่าก็น่าจะปกติ ไม่มีปัญหาอะไร

แต่ผลปรากฎว่า ช่วงค่ำๆ ของวันนี้เครื่องอืดผิดปกติ ผมเข้าไปดูก็พบว่า load ของเครื่องปาเข้าไปร้อยกว่าๆ ร้อยกว่าๆ จริงๆ นะครับ ผมเริ่มจากการตรวจสอบเจ้า Apache server ก่อนอื่น และก็พบว่าคงเป็นเจ้า apache นี่แหละที่เป็นตัวปัญหา ผมพยายามหยุด process ก็ไม่ได้ kill process ก็ไม่ได้ ลองอยู่หลายรอบ สุดท้ายก็ต้องสั่ง reboot ผลที่ได้ก็คือสั่ง reboot ก็ไม่ได้เช่นกัน

และด้วยความจำเป็น ผมก็เลยต้องใช้ดัชนีนิ้วชี้กดปุ่ม reset เครื่องก็ทำการ reset ตัวเอง พอเข้ามาถึงช่วงจังหวะของการตรวจสอบ raid harddisk ก็ปรากฎว่า เสียงดังปี๊บๆๆ ต่อเนื่องไม่หยุด และไฟสีแดงก็ปรากฎขึ้นที่ harddisk ตัวหนึ่ง เป็นการบอกว่า harddisk ตัวหนึ่งของ raid5 มีปัญหาเสียแล้ว

ผมคิดว่า เมื่อ harddisk ตัวหนึ่งเสียไป ตัวที่เหลือก็น่าจะทำงานได้ แต่ก็ไม่วายใจเสีย เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมาก็คงเป็นเรื่องใหญ่เลย ท้ายที่สุดแล้วเครื่องก็ทำงานได้ตามปกติ แต่ก็มีเสียงปี๊บเตือนอยู่ตลอดเวลา ตามที่เข้าใจเจ้า harddisk ตัวที่เสียน่าจะถูก gen ขึ้นมาใหม่จากตัวที่เหลือได้ แต่ยังไม่เคยลองทำมาก่อน ถ้าจะลองก็คงต้องทำการ backup ข้อมูลที่มีอยู่ทั้งหมดก่อน ถ้าผิดพลาดก็คงต้องลง server ใหม่ทั้งหมด เรื่องยาวเลยทีนี้

ผมต้องลงอะไรใหม่บ้าง ลองนั่งคิดๆ ดู
– Mail server, IMAP, POP3
– Web server
– Database server
– DNS server
– FTP server
– SSHD
– NTP
พวก application ก็จะมี
– Webmail
– Mailing list
และสุดท้ายก็คงต้องนั่งทำ hardening อีก
ดูๆ ไปก็ไม่เยอะเท่าไหร่นะ -_-” backup แล้ว copy config เก่ามาใช้ก็น่าจะช่วยทุ่นเวลาลงไปได้อีก คิดไปคิดมาก็ดีเหมือนกันจะได้ถือโอกาส upgrade OS ซะเลย

Bangkok Jazz Festival 2004

ปีนี้ผมได้มีโอกาสไปงาน Jazz Festival 2004 เดิมทีไม่ได้ตั้งใจเท่าไหร่ เนื่องจากทราบว่าราคาตั๋วไม่ต่ำกว่าพันบาทต่อวัน แต่เพื่อนคนหนึ่งก็โทรมาชวนให้ไปเจอกันที่งาน และเนื่องด้วยอยากไปลองกล้องด้วย ผมไปถึงที่หน้างานประมาณ 6 โมงกว่า ซื้อบัตรหน้างานก็ราคาเป็นพัน เห็นใครๆ บอกว่าแพงกว่าปีที่ผ่านๆ มาเป็นเท่าตัว

เข้าไปในงานก็พบว่าเขาจัดไว้ 2 เวทีให้เล่นสลับกันไปมา ตอนที่ผมเข้าไปวง James Taylor Quartet กำลังเล่นอยู่ บอกได้เลยว่าสนุกและมันส์มาก ในช่วงตอนใกล้จะเลิกนักดนตรีก็ชวนให้ทุกคนขึ้นมาเต้น

ต่อจาก James Taylor Quartet ก็เป็น Koh Mr.Saxman ซึ่งก็มีศิลปินรับเชิญเพียบ ไม่ว่าจะเป็น เจนนิเฟอร์ คิ้ม, บรรณ บราซิล, จีรศักดิ์ ปานพุ่ม และ ตฤณ พันธุมโกมล

Minaswing เป็นวงที่เล่นต่อจาก Koh ซึ่งก็เล่นได้ดีเหมือนกัน นักร้องนำร้องเพลงบราซิล ผมชอบตอนที่นักดนตรีแต่ละคนโซโลเครื่องดนตรีของตัวเอง

David Sanborn ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ผมรอคอย และก็ไม่ผิดหวังเลยครับ เสียดายที่ภาพที่ถ่ายมาไม่ชัดเพราะผมขี้เกียจเบียดตากล้องนับสิบเข้าไปถ่ายที่ขอบเวที

คนสุดท้ายของวันคือ Al Jarreau ที่ใครๆ รอคอย ซึ่งผมก็นั่งปักหลักรอคอย เพราะหมดแรงเดินออกไปถ่ายรูปแล้ว พี่แกออกมาโชว์พลังเสียงของตัวเองก่อน แล้วบรรดานักดนตรีก็ค่อยๆ ทยอยตามกันออกมา อะไรๆ ก็ดีหมด แต่ผมรู้สึกว่าเสียงเพลงที่เปิดดังมากกว่าวงอื่นๆ ที่ผ่านไป ทุกครั้งที่ Al Jarreau ร้องเสียงดังๆ ผมจะปวดหูเลย และถึงกับสะดุ้งตอนที่นักดนตรีเล่นเปียนโน ผมนั่งอยู่ไกลๆ ยังมองเห็นนักดนตรีหันไปทำมือส่งภาษาบอกให้ลดเสียงเปียนโนลง สุดท้ายผมก็ทนไม่ไหว กำลังจะบอกเพื่อนว่าขอออกไปนั่งรอข้างนอกก่อน แต่ปรากฎว่าเพื่อนก็หมดพลังเหมือนกัน เนื่องจากเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เราก็เลยกลับออกมากันก่อน

โดยรวมแล้วทุกอย่างก็ดีครับ บรรยากาศดี คนที่ไปดูคอนเสิร์ตก็ดี ทุกคนมีอารมณ์สนุกสนาน ไม่ร้อน แต่ออกจะหนาวๆ ดึกๆ น้ำค้างลง ถ้าพกเสื่อผืนหมอนใบ ก็จะได้นอนฟัง jazz พร้อมกับดูดาวไปด้วย และถ้ามีไวน์ไปด้วยก็จะสุดยอดครับ!

เข้าไปดูรูปได้ที่นี่ครับ

http://gallery.diary.in.th/thumbnails.php?album=3

ลอยกระทง 2547

ลอยกระทงปีนี้ผมไม่ได้ไปไหนไกล ที่ใกล้ๆ ที่สุดก็ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตนี่แหละครับ ปีนี้มีงาน 2 วันคือวันที่ 25-26 พ.ย. วันที่ 25 เหมือนเป็นวันงานเฉยๆ ยังไม่ใช่วันลอยกระทงจริงๆ ผมก็ไปเดินเล่นทั้ง 2 วัน วันแรกไปกับเพื่อนร่วมงาน วันที่ 2 จริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะไปเท่าไหร่ พอดีเพื่อนอีกคนโทรมาชวนไปเดินเล่น

และก็เหมือนกับทุกๆ ปีที่นักศึกษาจะจัดซุ้มขึ้นมาเล่นเกมส์กัน ผมเดินเฉียดไปเฉียดมา ไม่ได้เข้าไปเล่นอะไรเลย แต่ได้เก็บภาพซุ้มที่ตั้งชื่อได้เก๋ไก๋ เป็นที่หวาดเสียวของคนที่เดินผ่านไปมา ลองดูเอาเองก็แล้วกันครับ



หนูหม่ำสายเน็ตเวิร์ค

ลองดูภาพสิครับ มันกัดเส้นหลัก 1 Gbit ที่ใช้ลิ้งค์ระหว่างซีกของตึก

ข้างล่างเนี่ยเป็นสาย Fiber optic 100 MB ที่ใช้สำรอง เวลาเส้นหลักมีปัญหา ซึ่งก็ถูกหม่ำไปด้วย


โรงอาหารส่วนตัวของมัน ซองไมโลเห็นๆ

นี่คือปัญหาหนึ่งของระบบเครือข่ายเห็นๆ ผมเสียเวลาไป 2 วันเต็มๆ ในการแก้ปัญหานี้ ต้องทำให้ผู้ใช้ใช้งานเครือข่ายได้ก่อน

คนที่ดูแลรับผิดชอบก็ไม่เห็นจะเดือดร้อนอะไร เพราะตัวเองไม่เดือดร้อน มีอาหารก็คงมีหนู ถ้าเก็บหรือทิ้งอาหารไม่มิดชิดหนูก็มาอยู่ดี

ติดตั้งและใช้งาน vBulletin

เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาผมมีอะไรทำเยอะแยะเลย งานหนึ่งที่เพิ่งจะได้มีโอกาสลงมือก็คือ ทำเว็บไซท์ของสมาคมศิษย์เก่าของโรงเรียนสาธิต คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (http://www.satitkku.com)

ผมได้คุยกับรุ่นพี่คนหนึ่งหลายเดือนผ่านมาแล้ว คิดว่าพี่เขาคงยุ่ง เพราะเห็นเงียบหายไป แต่ในที่สุดก็มีพี่อีกคนติดต่อมา เพราะเนื่องจากในช่วงเดือนมกราคมปีหน้าจะมีการจัดงานศิษย์เก่า เลยต้องการให้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านทางเว็บไซท์ด้วย ก็เป็นโอกาสที่เหมาะพอดี

ผมได้ทำเว็บบอร์ดให้กับสมาคมศิษย์เก่าด้วย โดยเลือกระหว่าง Invisionboard และ vBulletin ผมคุ้นเคยกับ Invisionboard มานานมากกว่า vBulletin เพราะ Invisionboard สามารถดาวน์โหลดมาติดตั้งเพื่อทำการทดสอบได้ฟรี ส่วน vBulletin นั้นมีแต่ demo ให้ทดลองใช้ แต่เมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา Invisionboard เปลี่ยนนโยบายเป็นให้ทดลองใช้บนเว็บไซท์ของเขาเองเป็นเวลา 15 วัน ทำให้ผมไม่แน่ใจว่าต่อจากนี้ไปในเวอร์ชัน 2 จะต้องซื้อก่อนหรือเปล่าจึงจะนำมาติดตั้งได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ แน่ล่ะ! คงเป็นแผนของเค้าที่จะถือโอกาสตอนออกตัวเต็มของเวอร์ชัน 2 เปลี่ยนนโยบายใหม่เลย

เมื่อเปรียบเทียบราคาเป็นหลัก

Invisionboard: Lifetime License $199.00, One Year License $69.95
vBulletin: Owned License $160.00, Leased License $85
ผมต้องการซื้อขาดไปเลย ไม่ต้องการจ่ายรายปี เพราะคิดว่าสมาคมคงไม่สะดวกที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายต่อปี เมื่อดูเผินๆ อาจจะคิดว่า vBulletin ถูกกว่า แต่ในปีถัดไปหากต้องการ upgrade จะต้องจ่ายค่าบริการปีละ $30 ในขณะที่ Invisionboard ไม่มีค่าบริการตรงนี้

ในที่สุดผมก็ตัดสินใจใช้ vBulletin เพราะหลังจากที่ได้ลอง feature ต่างๆ ในเว็บ demo แล้ว ผมพบว่ามันมี feature หลายๆ อย่างที่ดีกว่า Invisionboard แต่ถ้าเที่ยบตัว ACP (Admin Control Panel) แล้ว ผมคิดว่า Invisionboard ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายมากกว่า

อีกอย่างหนึ่งที่เป็นทีเด็ดของ vBulletin ก็คือ จะมีเว็บไซท์ต่างๆ ที่อยู่ในเครือของ vBulletin เองให้บริการ support ต่างๆ ด้วย เช่น www.vbulletin.org แต่ว่าการที่เราจะดูข้อความต่างๆ ได้ครบถ้วนสมบูรณ์นั้นจะต้องผ่านการตรวจสอบว่า เราเป็นผู้ที่ซื้อ vBulletin มาอย่างถูกต้องเสียก่อน :-O

WLAN Setup

ผมกำลังจะติดตั้ง Wireless lan ให้กับที่ทำงาน ก็เลยหยิบ Access Point ก้บ Wlan USB adapter ยี่ห้อ SENAO ที่เพิ่งได้มาออกมาทดลองใช้งาน กะว่าจะให้ผู้ใช้ authentication กับ radius server ที่คงต้อง set ขึ้นมาใหม่ ที่คิดไว้ตอนแรกก็ไม่น่าจะยุ่งยากอะไร requirement ก็น่าจะมีตามนี้
– แยก network ออกเป็นคนละ plain กับ wire lan
– Access Point 802.11g (+ 802.1x, hide SSID)
– wireless lan USB adapter 802.11b (แบบมีเสาหนวดกุ้ง รับได้ไกลขึ้น)
– LINUX Radius server (www.freeradius.org)
– ใช้ WPA security

พอผมสำรวจดูอุปกรณ์ที่ได้มาก็พบว่า USB adapter ไม่ support WPA มีแต่ WEP แค่นั้น นอกจากนี้ก็ยังไม่ support 802.1x ด้วย (เอ้า!) พบว่าเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ในการออกสเปกเลย ส่วน Access Point รุ่นนี้ของ SENAO เมื่อเทียบกับ Acess Point ของ SMC ในรุ่นที่มีใกล้เคียงกันพบว่า SMC มีลูกเล่นมากกว่าเยอะเลย ทำให้ชักไม่แน่ใจว่า AP ของ SENAO จะเวิร์คขนาดไหนนอกจากส่งสัญญานได้แรงกว่าเท่านั้น

คิดไปคิดมาทำให้ไม่แน่ใจว่าปัจจุบันอุปกรณ์ที่ใช้งาน WLAN ได้มันจะมีสักกี่เจ้าที่สนับสนุน WPA อย่างมากก็คงเป็น WEP ซึ่งก็โดน break ไปเรียบร้อยแล้ว เอาน่ะใช้ WEP ก็ยงดีกว่าไม่มีอะไรให้ใช้เลย แล้วถ้าหากไม่สนับสนุน 802.1x อีกด้วยล่ะ คราวนี้ก็คงใช้กันไม่ได้เลย สุดท้ายก็คงต้องใช้แต่ MAC Address ซึ่งก็ spoof ได้อีก เอ้า! และแล้วก็มีปัญหาอีกเพราะเจ้า AP ของ SENAO ก็รับ MAC Address ได้แค่ 25 อันเท่านั้น

ผมก็เลยได้ไอเดียจะทำ MAC Address filtering โดยใช้ LINUX ทำเป็น gateway ของ WLAN แล้วใช้ iptables นี่แหละเป็นตัว filter MAC Address และแจก fixed IP ตาม MAC Address ส่วนเรื่องของการทำ authentication ก็ใช้ของ Squid proxy sever นี่แหละ redirect ให้ web traffic ผ่าน squid ให้เป็น transparent proxy

สรุปแล้ว requirement ตอนนี้ก็เหลือแค่
– แยก network ออกเป็นคนละ plain กับ wire lan
– Access Point 802.11g (+ hide SSID)
– wireless lan USB adapter 802.11b (แบบมีเสาหนวดกุ้ง รับได้ไกลขึ้น)
– LINUX gateway + transparent proxy with authentication (PAM)+ DHCP
– ใช้ WEP security

คิดไปคิดมาก็อาจมีปัญหาตามมาอีก เพราะพอใช้ LINUX เป็น gateway อาจจะทำให้ WLAN user ไม่สามารถ login เข้าโดเมนของ windows ได้อีก (แต่ปัญหานี้เกิดขึ้นนานแล้ว สมัยใช้ LINUX ทำเป็น gateway ของเครือข่าย) ยังไงก็ตามคิดว่าน่าจะมีทางแก้ไขได้

ปัญหาที่จะตามมาคือเรื่องของการจัดการ เพราะ user จะมีการหมุนเวียนเปลี่ยนไปในแต่ละปี user ที่ออกไปจะระบบแล้วหน่วยงานต้นสังกัดก็จะต้องมาให้ admin ทราบด้วยเพื่อที่จะลบ account ออกจากระบบ และเพื่อป้องกันความผิดพลาดจาก admin ที่มักจะงานล้นจนเผลอเรอ ก็คงต้องตั้งให้ password มีการ expire ในแต่ละปี … จะวุ่นวายไปรึเปล่าเนี่ย

แล้วจะแยกกลุ่มของ user ได้ยังไง อย่างเช่น ป.ตรีกับ ป.โท ถ้าป.ตรีก็อาจจะง่ายเพราะส่วนใหญ่ก็จะจบตามระยะเวลาที่กำหนด พอหมดปีการศึกษาก็ลบ/ล็อค account เลย